ถนนไทยไร้จุดเสี่ยง (ZBS project)

"เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นความปลอดภัย"

ทำไมต้อง ZBS (Zero Black Spot) Thailand?
ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก (เฉลี่ย 20,000 ราย/ปี) และมีถนนเพียง 19% เท่านั้นที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับ 3 ดาวขึ้นไปสำหรับคนเดินเท้าตามมาตรฐานสากล โครงการนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนการแก้ปัญหาจาก “การเดา” เป็นการใช้ “วิทยาศาสตร์ข้อมูล” เพื่อลดความสูญเสียอย่างยั่งยืน
โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง iTIC และ ThaiRAP ซึ่งมีความพร้อมทั้งข้อมูล เครื่องมือ และบุคลากร
จุดเด่นของโครงการ: Dynamic Road Risk Score
เราผสาน 2 เลเยอร์ข้อมูลทั้ง Proactive และ Reactive เข้าด้วยกัน:
  1. เลเยอร์กายภาพ (ThaiRAP/iRAP): ประเมินโครงสร้างพื้นฐานถนนทุก 100 เมตร ให้คะแนน 1–5 ดาว ตามมาตรฐานสากลที่ใช้ในกว่า 100 ประเทศ
  2. เลเยอร์พฤติกรรม (iTIC Dynamic Layer): นำข้อมูล Real-time มาซ้อนทับ ทั้งข้อมูลความเร็วรถจริง (Probe Data), พิกัดอุบัติเหตุย้อนหลัง 2 ปี และ AI ตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงจากแบบจำลอง
ผลลัพธ์: คะแนนความเสี่ยงรายเส้นทางที่แม่นยำรายวัน ช่วยระบุจุดเสี่ยง (Black Spot) และคาดการณ์อุบัติเหตุล่วงหน้าได้จริง
Output & Outcome สำหรับองค์กรที่สนใจร่วมโครงการ

1. การวัดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI Analysis)

โครงการนี้เปลี่ยนจาก “การบริจาค” เป็น “การลงทุน” ที่วัดความคุ้มค่าได้อย่างชัดเจนตามมาตรฐานสากล:
  • Social ROI (34x): อ้างอิงจากงานวิจัยของ iRAP ทั่วโลก ทุก ๆ 1 บาทที่ลงทุนในการปรับปรุงถนนตามมาตรฐานความปลอดภัย จะสร้างมูลค่าความปลอดภัยคืนสู่สังคมได้ถึง 34 บาท.
  • Business ROI (Productivity Gain):
    • ใช้ระบบ SUMO Simulation คำนวณเวลาเดินทางที่ลดลง เช่น หากรถติดหน้าหน่วยงานลดลงคนละ 10 นาที/วัน สำหรับพนักงาน 5,000 คน จะคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Productivity) ที่คืนกลับมาให้องค์กรได้กว่า 5 ล้านบาทต่อปี.
  • Cost Reduction: ลดค่าใช้จ่ายทางตรงจากอุบัติเหตุของพนักงาน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชย และการสูญเสียโอกาสจากการลางาน (Absenteeism).
  • Insurance Value: การมี Dynamic Road Risk Score ช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้น ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เบี้ยประกันแบบพฤติกรรม (UBI) หรือ Fleet Insurance ที่มีค่าใช้จ่ายลดลง.
2. รายงานผลกระทบด้าน ESG (ESG Impact Report)
โครงการนี้มอบตัวเลขเชิงวิทยาศาสตร์ที่บริษัทสามารถนำไปใส่ใน Sustainability Report หรือรายงานต่อสำนักงานใหญ่ (Global HQ) ได้ทันที:
  • มิติด้านสังคม (Social – S):
    • Accident Reduction: สถิติอุบัติเหตุจริงในพื้นที่เป้าหมายลดลง (ตัวอย่างสมมติคือลดลง 45% ภายในปีแรก).
    • Safety Rating: ถนนในเขต Safe Zone ได้รับการยกระดับจาก 1–2 ดาว เป็น 3 ดาวขึ้นไป ตามมาตรฐาน UN.
    • Beneficiaries: จำนวนพนักงานและประชาชนที่ได้รับประโยชน์โดยตรง (เช่น พนักงาน 5,000 คน และชุมชน 12,000 ครัวเรือน).
  • มิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental – E):
    • Carbon Reduction: คำนวณจากการลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ในช่วงรถติด (Idling) โดยระบบจำลองจราจร (ตัวอย่างสมมติคือลดลง 120 ตันต่อปี เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 12,000 ต้น).
  • มิติด้านธรรมาภิบาล (Governance – G):
    • Transparency: การตัดสินใจและรายงานผลอิงจาก National Mobility Intelligence Platform ที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ 3 ปี.
3. การเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากล (Alignment with Frameworks)
Output ของโครงการได้รับการออกแบบมาให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดสากลที่นักลงทุนให้ความสำคัญ:
  • GRI 403-9: รายงานเรื่องการบาดเจ็บจากการทำงานและการเดินทาง.
  • UN SDG 3.6: เป้าหมายในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนลงครึ่งหนึ่ง.
  • UN SDG 11.2: การจัดระบบขนส่งที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง (คนเดินเท้า/เด็ก).
  • SET ESG: ตัวชี้วัดด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและพนักงานสำหรับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย.
4. Outcome และผลประโยชน์เสริมอื่นๆ
  • ZBS Safe Zone Certification: องค์กรจะได้รับป้ายประกาศเกียรติคุณหรือ “Badge” ในฐานะพันธมิตรผู้สร้างพื้นที่ปลอดภัยระดับประเทศ.
  • Employer Branding & Internal Pride: สร้างความภูมิใจให้พนักงานเมื่อเห็นว่าบริษัทดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของเขาอย่างจริงจังผ่านนวัตกรรมทางม้าลายหรือสัญญาณไฟที่ปรับปรุงใหม่.
  • Political Capital (สำหรับเมือง): นายกเทศบาลหรือผู้บริหารเมืองมีผลงานเชิงรูปธรรมที่วัดผลได้เป็นจำนวนชีวิตที่ปลอดภัยขึ้น เพื่อสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่
ร่วมเป็นพันธมิตรกับเรา
1. สำหรับเมืองและท้องถิ่น (City Partner)
ยกระดับสู่เมืองอัจฉริยะที่ปลอดภัย (Smart & Safe City) โดยไม่ต้องลงทุนระบบขนาดใหญ่เอง
  • สิ่งที่จะได้รับ: Dashboard วิเคราะห์จุดเสี่ยงระดับสูง, แผนที่ Heatmap และเครื่องมือตัดสินใจจัดลำดับงบประมาณปรับปรุงถนน
  • คุณค่า: สร้าง “พื้นที่เดินทางปลอดภัย” ให้ประชาชนในพื้นที่ และวัดผลความสำเร็จได้เป็นตัวเลขและจำนวนดาวความปลอดภัย
2. สำหรับภาคเอกชน (Corporate Partner – ESG Investment)
เปลี่ยนจากการบริจาคทั่วไป เป็นการลงทุนในระบบนิเวศความปลอดภัยรอบองค์กร (1 Company = 1 Safe Zone)
  • สิ่งที่จะได้รับ: รายงานผลกระทบด้าน ESG Impact Report ที่วัดผลได้จริง (เช่น จำนวนจุดเสี่ยงที่ลดลง, การลด Carbon Emission จากรถติดหน้าโรงงาน)
  • คุณค่า: ดูแลพนักงาน (Employee Wellbeing) สร้างความภูมิใจในองค์กร และเสริมภาพลักษณ์ผู้นำด้านความยั่งยืน
3. สำหรับโรงเรียน (School Safety)
สร้างเขตปลอดภัยรอบรั้วสถานศึกษาด้วยมาตรฐาน Star Rating for Schools (SR4S)
    • สิ่งที่จะได้รับ: การประเมินความเสี่ยงเด็กนักเรียนขณะข้ามถนนและเดินทาง และแนวทางแก้ไขกายภาพหน้าโรงเรียนให้ได้ 3 ดาวขึ้นไป
    • คุณค่า: ปกป้องชีวิตเยาวชนและสร้างความอุ่นใจให้ผู้ปกครองในชุมชน
4. สำหรับบริษัทประกันภัยและโลจิสติกส์ เข้าถึงนวัตกรรมการประเมินความเสี่ยงเชิงพื้นที่ที่แม่นยำที่สุดในประเทศไทย
  • สิ่งที่จะได้รับ: Risk Score API เพื่อเข้าถึงคะแนนความเสี่ยงรายเส้นทาง (Dynamic Road Risk Score), ข้อมูลพิกัดอุบัติเหตุย้อนหลัง 2 ปี และข้อมูลพฤติกรรมการเบรกกะทันหัน (Harsh Braking Anomaly)
  • คุณค่า: พัฒนาผลิตภัณฑ์ความปลอดภัย และประกันภัยรูปแบบใหม่ (เช่น Fleet Insurance) ที่กำหนดเบี้ยประกันตามความเสี่ยงจริง, ลดอัตราความสูญเสีย (Loss Ratio) ด้วยการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก และสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่รับผิดชอบต่อสังคม (Social Impact Branding)
ดาวน์โหลดเอกสารโครงการ ZBS Thailand

สไลด์นำเสนอโครงการถนนไทยไร้จุดเสี่ยง

“ZBS Thailand presentation file.”

Dynamic Road Risk Score (DRRS)

Concept paper v.1

Dynamic Road Risk Score

The Concept paper v.2 (June 2026)

Dynamic Road Risk Score Web App

Mock-up web app for DRRS