iTIC probe viewer ถูกพัฒนาในโครงการ JST/JICA SATREPS 3DTraffic project

Web: https://toruseo.jp/iTIC-probe-viewer/

เข้าถึง source code ได้ทาง https://github.com/toruseo/iTIC-probe-viewer

Developed by Toru Seo, Institute of Science Tokyo
Source code: MIT
Data: © iTIC Foundation
This is part of the JST/JICA SATREPS 3DTraffic project; we gratefully acknowledge their research funding.

นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงโครงการนี้ผ่านทาง facebook จากหลายบทความ อาทิ

AI กับ Peesamac

ที่ได้โพสต์ไว้ว่า

มีทีมญี่ปุ่นเอา “ข้อมูลรถในไทย” มาทำเป็นแพลตฟอร์มดูรถติดแบบใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ดูว่าติดหรือไม่ติด แต่เห็นการเคลื่อนไหวของรถทั้งเมือง

โปรเจกต์นี้มาจาก Seo Lab (Tokyo Science) ที่เอา data กรุงเทพมาทำเป็น Web GIS ให้เรากดเล่นเหมือน time-lapse เมืองจริง เลือกวัน เลือกเวลา แล้วดูรถวิ่งทั้งเมืองแบบ animation ได้เลย ทั้ง heatmap ความเร็ว เส้นทางรถแต่ละคัน และภาพรวมการไหลของ traffic

จุดที่มันต่างคือ มันไม่ได้โชว์แค่ “ผลลัพธ์ว่ารถติด” แต่โชว์ “พฤติกรรมก่อนจะติด” เช่น ช่วงไหนเริ่มชะลอ ตรงไหนเริ่มสะสม แล้วไหลต่อยังไง เหมือนเรากำลังดูระบบเมืองกำลังหายใจอยู่

เบื้องหลังทั้งหมดมาจากข้อมูลของ iTIC ที่เปิด GPS probe data ของรถจริงในไทย ทั้ง taxi รถบรรทุก รถโดยสาร ซึ่งแต่ละ record มีทั้งพิกัด เวลา ความเร็ว และทิศทาง

แปลว่า จุดทุกจุดที่เห็นในแผนที่ คือ “รถที่วิ่งอยู่จริง” ไม่ใช่การประมาณจากกล้องหรือเซนเซอร์จุดเดียว ทำให้สามารถเอาไปวิเคราะห์ต่อได้ลึกมาก เช่น ความเร็วเฉลี่ยของถนนแต่ละช่วง เส้นทางที่คนใช้จริง หรือแม้แต่ pattern การกระจายตัวของรถทั้งเมือง

และในตัว viewer ยังมีของโหดอย่างการวาด polygon เพื่อดูสถิติพื้นที่ เช่น โซนนี้ช่วง 8 โมง รถหนาแน่นแค่ไหน ความเร็วเฉลี่ยเท่าไหร่ หรือ flow ของรถเปลี่ยนยังไง โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเองเลย

แต่ต้องเข้าใจข้อจำกัดสำคัญก่อนว่า data นี้ไม่ใช่ realtime สด ๆ มันเป็นข้อมูลย้อนหลังที่ปล่อยเป็นไฟล์รายวัน/รายเดือน เพราะขนาดใหญ่มากระดับ GB

ดังนั้นในเว็บจะ preload แค่บางวันให้เล่นได้ทันที ถ้าอยากดูวันอื่นหรือวิเคราะห์จริงจัง ต้องโหลดข้อมูลมารันเอง

ถึงจะไม่ realtime แต่เพราะมันมี timestamp ต่อเนื่องทุก 1–3 นาที เราเลยยังเห็น “การเคลื่อนไหวของรถ” ได้ชัด ผ่าน animation ที่ไล่เวลา ทำให้เข้าใจ flow จริงของเมืองได้ดีกว่าการดูแผนที่นิ่ง ๆ มาก

นี่คือเคสที่น่าสนใจมากของ open data ไทย เพราะพอเปิดข้อมูลออกมา มันเปิดโอกาสให้คนทั้งโลกเอาไปต่อยอด และสิ่งที่ได้กลับมาคือมุมมองใหม่ของ “กรุงเทพ” ที่แม้แต่คนไทยเองก็ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน 
 

 

Share:

Facebook
Twitter
LinkedIn
บทความที่เกี่ยวข้อง